
ยืนรออยู่ไม่นานก็มีลูกค้าที่กินเสร็จแล้วลุกจากโต๊ะพอดี ก็เลยนั่งต่อซะเลยพร้อมกับสั่งบะหมี่เกี๊ยวแห้งหนึ่งชาม พร้อมกับน้ำแข็งเปล่าหนึ่งแก้วแล้วก็รออยู่สักครู่ใหญ่ ชามบะหมี่เกี๊ยวก็มาวางอยู่ตรงหน้าพร้อมกับถ้วยน้ำซุปอีกหนึ่งถ้วยประมาณว่าเห็นสั่งแบบแห้งกลัวบะหมี่ติดคอจึงให้น้ำซุปแยกมาด้วยเอาไว้ซดกินแก้ติดคออย่างนี้ก็ดีไปอีกแบบ ถ้ามองจากปริมาณของบะหมี่ในชามที่ทางร้านเอามาให้รู้สึกว่าจะมีปริมาณมากกว่าร้านบะหมี่เจ้าอื่นๆ พิจารณาแล้วทางด้านปริมาณถือว่าเยี่ยม แต่นึกขึ้นได้ว่าถ้าจะให้เข้าถึงรสชาติของบะหมี่เกี๊ยวที่แท้จริงต้องไม่ใส่เครื่องปรุงเด็ดขาด ไม่รอช้าเริ่มบรรเลงเพลงตะเกียบทันที

คำแรกที่บะหมี่เข้าปากมีความรู้สึกว่าตัวบะหมี่เหนียวนุ่มกำลังดีไม่กระด้าง หรือจับตัวกันเป็นก้อนอย่างนี้ถือว่าใช้ได้ทีเดียว ต่อจากนั้นหันมาลองจัดการกับตัวเกี๊ยวให้หายสงสัย ลองเอาช้อนตัดแบ่งตัวเกี๊ยวดูภายในก็ โอ้...มีหมูเยอะซะด้วย ปกติจะเห็นแต่แป้งเกี๊ยวห่อหนาๆ ให้ดูตัวเกี๊ยวอ้วนๆ แต่เวลากัดทีมีแต่แป้ง หรือบางร้านก็ใส่หมูนิดหน่อยค่อนไปทางแทบจะมองไม่เห็นเนื้อหมูแต่ให้ดูรู้ว่าเป็นเกี๊ยวห่อหมู แต่ตอนกินก็ต้องใช้จินตนาการช่วยเอาว่ากำลังกินเกี๊ยวหมูเต็มๆ อยู่นะ กินเกี๊ยวไปน้ำตาแทบจะไหล แต่ร้านเจ๊ง้อนี้มีหมูที่เห็นเป็นหมูจริงๆ ไม่ต้องใช้จินตนาการ ชิ้นหมูแดงก็อร่อยไม่แข็งจนเกินไป แต่หั่นชิ้นบางไปนิดนึง ถ้าหั่นชิ้นหนากว่านี้อีกสักหน่อยถือว่าสุดยอดในยุทธจักร

ใช้เวลาไม่นานบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงของเจ๊ง้อก็หายเรียบลงท้องอิ่มกำลังดี เห็นป้ายบอกราคาอาหารติดอยู่ที่ฝาผนังก็ยังแปลกใจอยู่ว่ายังขายอยู่ที่ชามละ 25 บาทเท่านั้น โดยที่ร้านอื่นขายกันอยู่ที่ชามธรรมดาก็ชามละ 30 บาทเป็นอย่างต่ำแล้ว ถ้าชามละ 30 บาททางร้านเจ๊ง้อก็มีบริการให้สำหรับลูกค้าที่กินจุเหมือนกัน แต่เจ๊เรียกว่า “ชามพิเศษ” ขนาดชามธรรมดาก็เยอะแล้วถ้าชามพิเศษจะขนาดไหน เบ็ดเสร็จบะหมี่เกี๊ยวหนึ่งชาม+น้ำแข็งเปล่าหนึ่งแก้ว=26 บาท จัดว่าเป็นอาหารที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองสมัยนี้ได้เป็นอย่างดี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น